<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ChangSunha.com : คลังความรู้ วิทยาศาสตร์ โลกของเรา ชีวจิต เทคโนโลยี สาระความรู้ &#187; เทคโนโลยี</title>
	<atom:link href="http://www.changsunha.com/index.php/category/technology/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.changsunha.com</link>
	<description>สารานุกรม คลังความรู้ วิทยาศาสตร์ โลกของเรา ชีวจิต เทคโนโลยี สาระความรู้</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Aug 2010 15:04:18 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Iphone 4G เทคโนโลยีชิ้นใหม่จาก Apple คุณสมบัติ Iphone4 ปัญหา Iphone 4 ผลกระทบต่อแบรนด์ไอโฟน4</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 11:35:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone 4G]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone 5]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone4]]></category>
		<category><![CDATA[Retina Display]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติไอโฟน4]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาไอโฟน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เรตินา ดิสเพล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 4]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 5]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=724</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
หลังจากที่ข่าวคราวว่าแอปเปิลเจ้าพ่อทางเทคโนโลยีจะประกาศตัว Iphone4 มาเพื่อเหยียบผู้ใช้งาน Iphone3G นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการเทคโนโลยีไม่น้ิอย แต่ทว่าคนที่่เคยซื้อไอโฟน 3 มานี่สิ ดูท่าจะแย่น้อยเพราะว่าประกาศใช้ในประเทศไทยไม่เท่าไหร่ ทางแอปเปิลก็ตบท้ายด้วยหารปล่อยข่าว Iphone4 ออกมาเพื่อกระแทกแดกดัน Iphone3G อย่างไม่ใยดี ไม่ใช่แค่นั้น เร็วๆที่ผ่านมา ก็เพิ่งที่จะเปิดตัว Ipad แสดงว่างานนี้ต้องมีอะไรที่มากมายกว่า ไอโฟน และไอแพดอย่างแน่นอน
แต่ก็อย่างว่าชาวบ้านเขาก็เขียนเรื่องเจ้าไอโฟน4 กันมากมายมีแต่เว็บช่างสรรหานี่แหละที่คลานเป็นเต่าต้วมเตี้ยมไม่ตามชาวบ้่านชาวเมื่องเขาสักที ก็แย่จัง ทำไงได้ผมขี้่เกียจ แต่ว่าโบราณเคยบอกว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า งั้นผมจะหัวเราะเกือบสุดท้ายดูสิ ว่าจะดังไหม
เนื้อหาที่ท่้านได้รับจากเราคือ

คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า
เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาล่าสุดที่ยัดลงมาใน Iphone4
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Iphone4
ตกลงแล้ว แอปเปิลจะเอายังไง ในเมื่อสมาคมผู้บริโภคสหรัฐ มีมติไม่แนะนำให้ซื้อไอโฟน 4 จะเอายังไง
ไอโฟน5 Iphone5 มันกำลังออกมาแล้วจริงๆหรือ

มาเรื่องแรกเลยดีกว่านะครับ คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า

รูปที่ทุกท่านได้ดูบนบน คงอธิบายอะไรได้ไม่ยากเท่าไหร่
คุณสมบัติของไอโฟน 4G 
หน้าจอ 3.5 นิ้วแบบ widescreen รองรับระบบมัลติทัช หน้าจอ 960 x 640 ฟิกเซลขนดภายนอก ถือว่าเท่ากันทุกประการ แต่ที่เพิ่มมาคือ Retina Display [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fiphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fiphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>หลังจากที่ข่าวคราวว่าแอปเปิลเจ้าพ่อทางเทคโนโลยีจะประกาศตัว Iphone4 มาเพื่อเหยียบผู้ใช้งาน Iphone3G นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการเทคโนโลยีไม่น้ิอย แต่ทว่าคนที่่เคยซื้อไอโฟน 3 มานี่สิ ดูท่าจะแย่น้อยเพราะว่าประกาศใช้ในประเทศไทยไม่เท่าไหร่ ทางแอปเปิลก็ตบท้ายด้วยหารปล่อยข่าว Iphone4 ออกมาเพื่อกระแทกแดกดัน Iphone3G อย่างไม่ใยดี ไม่ใช่แค่นั้น เร็วๆที่ผ่านมา ก็เพิ่งที่จะเปิดตัว Ipad แสดงว่างานนี้ต้องมีอะไรที่มากมายกว่า ไอโฟน และไอแพดอย่างแน่นอน</p>
<p>แต่ก็อย่างว่าชาวบ้านเขาก็เขียนเรื่องเจ้าไอโฟน4 กันมากมายมีแต่เว็บช่างสรรหานี่แหละที่คลานเป็นเต่าต้วมเตี้ยมไม่ตามชาวบ้่านชาวเมื่องเขาสักที ก็แย่จัง ทำไงได้ผมขี้่เกียจ แต่ว่าโบราณเคยบอกว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า งั้นผมจะหัวเราะเกือบสุดท้ายดูสิ ว่าจะดังไหม</p>
<p>เนื้อหาที่ท่้านได้รับจากเราคือ</p>
<ol>
<li>คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า</li>
<li>เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาล่าสุดที่ยัดลงมาใน Iphone4</li>
<li>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Iphone4</li>
<li>ตกลงแล้ว แอปเปิลจะเอายังไง ในเมื่อสมาคมผู้บริโภคสหรัฐ มีมติไม่แนะนำให้ซื้อไอโฟน 4 จะเอายังไง</li>
<li>ไอโฟน5 Iphone5 มันกำลังออกมาแล้วจริงๆหรือ</li>
</ol>
<p>มาเรื่องแรกเลยดีกว่านะครับ <strong>คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า<span id="more-724"></span></strong></p>
<p><strong><img class="aligncenter size-full wp-image-725" title="iphne4G" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/07/iphne4G.jpg" alt="Iphone 4G เทคโนโลยีชิ้นใหม่จาก Apple คุณสมบัติ Iphone4 ปัญหา Iphone 4 ผลกระทบต่อแบรนด์ไอโฟน4" width="537" height="316" /></strong></p>
<p>รูปที่ทุกท่านได้ดูบนบน คงอธิบายอะไรได้ไม่ยากเท่าไหร่</p>
<h2><strong>คุณสมบัติของไอโฟน 4G </strong></h2>
<p>หน้าจอ 3.5 นิ้วแบบ widescreen รองรับระบบมัลติทัช หน้าจอ 960 x 640 ฟิกเซลขนดภายนอก ถือว่าเท่ากันทุกประการ แต่ที่เพิ่มมาคือ <strong>Retina Display </strong>ความละเอียด 326 ppi</p>
<p>ซึ่งอันนี้ Iphone3G มีเพียงแค่  163 ppi เท่านั้นเอง โดยคุณสมบัติชิ้นนี้จะกล่าวในบทถัดไป</p>
<p>ความสว่าง 800: 1  สแตนบายได้นานถึง 300 ชั่วโมง<strong> เล่นไฟล์วีดีโอได้นาน * 10 ชั่วโมง </strong>(ปล. ผู้ที่เล่นไอโฟน 3จี 4จี หรือไอแพดก็น่าจะรู้ว่า ข้อนี้แหลทั้งเพล)  เล่นไฟล์เสียงนานสูงสุด 40 ชั่วโมง ส่วนระบบเชื่อมต่อสามารถต่อเข้าคอมพิวเตอร์ Windows และ Mac ผ่านพอร์ต USB  ส่วนกล้องมีทั้งด้านหน้าและหลัง 5 ล้านฟิกเซล กล้องถ่ายวิดีโอความละเอียดได้ถึง 720p 30 เฟรม</p>
<p><strong>สัดส่วนของไอโฟน4</strong><br />
สัดส่วน &#8211; Size and Weight</p>
<ol>
<li> สูง 4.5 นิ้ว หรือ 115.2 มม.</li>
<li>กว้าง 2.31 นิ้ว หรือ 58.6 มม.</li>
<li>หนา 0.37 นิ้ว หรือ 9.3 มม.</li>
<li>น้ำหนัก 4.8 ออนซ์ หรือ 137 กรัม</li>
</ol>
<p><strong>ความจุ &#8211; Capacity</strong></p>
<ul>
<li> 16 GB</li>
<li> 32 GB</li>
</ul>
<p>มีสองเฉดสีเช่นเดิมคือ ขาว ดำ</p>
<p><strong>รองรับระบบโทรศัพท์ &#8211; Cellular and wireless</strong></p>
<ul>
<li> UMTS/HSDPA/HSUPA (850, 900, 1900, 2100 MHz)</li>
<li>GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz</li>
<li>802.11b/g/n Wi-Fi (802.11n 2.4GHz only)</li>
<li> Bluetooth 2.1 + EDR wireless technology</li>
</ul>
<h2>สิ่งที่มาใหม่กับ ไอโฟน 4จี หรือ Iphone4 คือ Retina Display</h2>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-726" title="iphone3G-VS-Iphone4" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/07/iphone3G-VS-Iphone4.jpg" alt="ข้อแตกต่างระหว่างไอโฟน 3จีเอส กับ 4จี" width="463" height="300" /></p>
<p>Apple  นั้นนับได้ว่าเป็นบริษัทที่ทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ในวงการไอทีหรือไม่ต่างให้ ความสนใจกันอย่างล้นหลาม  ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นอันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ของตัวบริษัทตลอดจน การออกแบบสินค้าที่มีความเรียบง่าย หรูหราสะดุดตา และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า  Apple เองก็เป็นบริษัทที่นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้กับสินค้าของตนมาโดยตลอด  และในการเปิดตัว iPhone 4 ที่เป็นสมาร์ทโฟนที่บางทีสุดในโลกนั้นทาง Apple  ได้นำนวัตกรรมหน้าจอแบบใหม่ที่ทางบริษัทเรียกว่า <strong>Retina Display </strong>มาใช้กับ<strong> iPhone 4 </strong>ของตนด้วย</p>
<p>แต่ Retina Display คืออะไร และมันจะมีระโยชน์ต่อ iPhone  เวอร์ชั่นใหม่นี้อย่างไร? ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ Retina Display คือจอ  LCD ที่ทำการอัดความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลเข้าไป โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าจอของ  iPhone 4 นั้นมีขนาดเท่ากันกับ iPhones 3GS คือ 3.5 นิ้ว (วัดตามแนวขวาง)  แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือความละเอียดหน้าจอของตัว iPhone 4  นั้นจะมีความละเอียดสูงกว่าคือ 960&#215;640 พิกเซล  ซึ่งสามารถคิดค่าความหนาแน่นของเม็ดพิเซลได้เป็น 326  พิกเซลต่อพื้นทีหนึ่งตารางนิ้ว (pixels per inch หรือ ppi)</p>
<p>ในทางกลับกันเมื่อหันมาดูหน้าจอของ iPhone 3GS  ทีมีขนาดเท่ากันนั้นจะพบว่าตัวจอภาพมีความละเอียดเพียง 480&#215;320  และมีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลเพียง 163ppi เท่านั้น  ก็คงจะจินตนาการกันได้ไม่ยากว่าหน้าจอแบบใหม่นี้จะดีกว่าแบบเก่าเพียงใด</p>
<p>ถ้าใครได้ฟัง Steve Jobs ขึ้นกล่าวคุณสมบัติของหน้าจอ Retina  Display  เมื่อคืนแล้วก็จะพบว่าซีอีโอคนดังได้กล่าวว่าจะมีอยู่จุดจุดหนึ่งที่ตาของคน เรานั้นจะไม่สามารถมองเห็นจุดพิกเซลเป็นเม็ดๆ ได้อีกต่อไป ซึ่งเจ้า  &#8220;เลขมหัศจรรย์&#8221; ตังดังกล่าวนั้นจะอยู่ที่ราว 300ppi  และเมื่อมาพิจารณาความหนาแน่นของพิกเซลบนหน้าจอของ iPhone 4 ที่อยู่ที่  326ppi แล้วก็จะเห็นว่าภาพทีได้ออกมานั้นน่าจะดูเรียบ คมชัด  และไม่มีขอบหยักน่าเกลียดของเม็ดพิกเซลให้เห็น</p>
<p>นอกจากค่าความหนาแน่นของพิกเซลและความละเอียดทีเพิ่มขึ้นแล้ว หน้าจอ Retina Display ของ iPhone 4 ยังได้รับการพัฒนาอัตราส่วนความคมชัด (Contrast Ratio) ให้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่าด้วยกันเมื่อเทียบกับจอของ iPhone รุ่นก่อนหน้าโดยนอกจากจอภาพที่ใช้จะเป็นแบบ LED backlit แล้ว ทาง Apple ยังนำเทคโนโลยี In-Plane Switching (IPS) ที่ใช้ในจอ iMac ทั้งหลายมาใช้กับจอ Retina Display นี้ด้วย ผลที่ได้คือมุมที่สามารถมองภาพได้อย่างคมชัดนั้นจะเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนสีสันที่จะสวยงามสมจริงมากขึ้นด้วย</p>
<p>และนี่คือส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทาง Apple ได้มอบให้กับผู้ใช้งานครับ</p>
<p><strong>ที่มา: PCWorld</strong></p>
<p><strong>สรุปคือจากภาพด้านบนแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่า ไอโฟน4 จะมีความคมมากว่า 3จีเอส<br />
</strong></p>
<h2>ปัญหาที่พบกับ ไอโฟนสี่จี Iphone 4G Problem.</h2>
<p><img class="aligncenter" title="ปัญหาไอโฟน 4" src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/TCQThX2abVI/AAAAAAAAEwE/2osHjFsC-dE/s800/iphoneproblems.jpg" alt="ปัญหาไอโฟน 4" width="612" height="800" /></p>
<p>จากภาพด้านบนก็สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่า ไอโฟน4 ที่ว่าดีนักดีหนา มันมีอะไรตามมา<br />
จากที่มีรายงานว่า iPhone 4 มีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์หลายจุด เว็บไซต์ Mashable เลยทำโพลสอบถามเจ้าของ iPhone 4 ว่าเจออะไรกันบ้าง แล้วสรุปมาเป็นแผนภาพดูเข้าใจง่าย</p>
<p>ปัญหาที่เจอกันเยอะๆ มี 3 เรื่อง</p>
<p>* เอามือจับขอบแล้วสัญญาณหด เลยต้องออกมาเอาที่กันกระแทกออกมาให้<br />
* จอภาพ Retina Display มีสีเหลือง เทคโนโลยีชิ้นนี้ก็มีปัญหา<br />
* กระจกเป็นรอยง่ายทั้งหน้าและหลัง และแตกลายใยแมงมุมได้ อันนี้เน่าเลย ไม่ต้องพูด</p>
<p>ใครตั้งใจจะซื้อล็อตแรก อาจต้องหาข้อมูลกันเพิ่มเติมหน่อยเพื่อความชัวร์ครับ</p>
<p><strong>ที่มา &#8211; Mashable</strong></p>
<h2>เอาไงอ่ะApple จะจัดการปัญหา Iphone4 ยังไงบอกมา</h2>
<p>จากการที่ สมาคมผู้บริโภคสหรัฐฯ ไม่แนะนำให้ซื้อ iPhone 4 นั้น ทำให้ Apple กำลังจะเกิดวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ และหุ้นของ Apple นั้นก็ได้ตกลงถึง 5.49 จุดเมื่อข่าวสมาคมผู้บริโภคฯดังกล่าวได้ออกมา  ซึ่งศาสตราจารย์ Matthew Seeger ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านวิกฤติการณ์การสื่อสารได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า &#8220;นี่เป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของ Apple และภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และ Apple กำลังจะทำลายมัน&#8221;</p>
<p>และ Chris Lehane ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกของทำเนียบขาว และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ (Master of Disaster) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องเสาสัญญาณของ iPhone 4 ว่าเป็นวิกฤติที่ใกล้เคียงกับปัญหาของ Toyota ซึ่ง Apple นั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาให้มากกว่าการออกซอฟแวร์เพื่อแก้ไข ปัญหา ซึ่งตอนที่ Toyota เกิดวิกฤติกับรถยนต์รุ่น Prius นั้น ก็ได้ทำการเรียกคืนรถยนต์ดังกล่าวทั้งหมด 10 ล้านคัน และนั่นก็ทำให้ Toyota นั้นเสียชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่ง Apple ก็สมควรที่จะเรียกเครื่อง iPhone 4 คืนเหมือนกันเพราะเป็นทางออกสุดท้าย</p>
<p>และ Rene A. Henry ซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือ Communicating In A Crisis ก็ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้ว่า &#8220;ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้ต่างไปจาก Toyota เลย และ Apple จะต้องเรียกคืนสินค้าทั้งหมดเพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตน&#8221;</p>
<p>ซึ่ง ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านนั้นก็ได้ลงความเห็นที่ตรงกันว่า Apple นั้นจะต้องเรียกเครื่อง iPhone 4 ทั้งหมดคืน เพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตน เราก็ต้องมาดูกันว่า Apple นั้นจะทำตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหรือไม่</p>
<h2>เอาสิ Iphone 5 คาดว่าจะออกมาในปี 2011 จริงหรือ</h2>
<p>แหล่งข่าวนี้ไม่แน่นอน เพราะว่าเพิ่งจะออกมาเองนิไอโฟน 4 แต่พวกฝรั่งลือกันให้แซดว่าพี่แอปเปิลจะปล่อยไอโฟน 5 ออกมาในปี 2011 หรือปี 2554 นี้เอง ข้อความทั้งดุ้นจากเว็บฝรั่งแปลเอง<br />
Much has been said about the Apple iPhone  4G – these include rumors of a summer 2010 release and the features that it will offer. However, we have noticed a current trend that an iPhone 5G will be coming in 2011. So what do we really know about these two versions?</p>
<p>The first thing that needs to be made clear is the fact that the rumored iPhone 4G will not offer 4G/LTE speeds – this just means that it is the 4th-generation smarphone from Apple. However, we recently learned that Apple has a job listing for someone familiar with LTE.</p>
<p>This means that Apple are working on a full 4G working iPhone, but it will not be this year for a number of reason. One of those reasons is that AT&amp;T are a long way off with its 4G development – as the carrier is making improvements to its current 3G data service first.</p>
<p>So what do we expect to see with the rumored iPhone 4G in June? I would say that it would not have all the amazing features that have been suggested to us. If you are hoping for a new design – such as some of the concept HD or Pro handsets we have seen – then we think you will be disappointed.</p>
<p>The 2010 model will have a few new features, these could include an improved camera, improved battery performance – which will be thanks to a newer version of the iPhone OS.</p>
<p>As for the Apple iPhone 5G, this is the model that will look totally different – maybe something like those concepts that we mentioned above. This new model could also come with newer hardware, such as a declocked iPad A4 processor, OLED screen and iPhone OS 4.0. Do not expect any Flash Player support, Steve Jobs already announced that they would never support this, as it is too buggy – instead preferring to go down the HTML 5 option.</p>
<p><strong>ขอบคุณเรียงตัว สำหรับเนื้อหา</strong></p>
<ul>
<li>คุณสมบัติไอโฟน 4 พร้อมรูปประกอบ it-guides.com/index.php/mobile-zone/iphone-ipod-ipad/1334-iphone-4-specifications</li>
<li>เทคโนโลยีเรตินา ดิสเพล์พร้อมรูปจาก beta.i3.in.th/content/view/2875</li>
<li>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับไอโฟน4 blognone.com/news/16974</li>
<li>พิพาทระหว่างคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐกับแอปเปิล phonemove.com/news/iphone/12791240049945</li>
<li>ความคืบหน้าของไอโฟน 5 จะออกมาในปี 2011 product-reviews.net/2010/03/26/iphone-4g-2010-vs-5g-2011-what-we-need-to-know/</li>
</ul>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=724&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone/" title="Iphone" rel="tag">Iphone</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone-4g/" title="Iphone 4G" rel="tag">Iphone 4G</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone-5/" title="Iphone 5" rel="tag">Iphone 5</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone4/" title="Iphone4" rel="tag">Iphone4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/retina-display/" title="Retina Display" rel="tag">Retina Display</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%994/" title="คุณสมบัติไอโฟน4" rel="tag">คุณสมบัติไอโฟน4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-4/" title="ปัญหาไอโฟน 4" rel="tag">ปัญหาไอโฟน 4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%84%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90/" title="สคบ สหรัฐ" rel="tag">สคบ สหรัฐ</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%8c/" title="เรตินา ดิสเพล์" rel="tag">เรตินา ดิสเพล์</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-4/" title="ไอโฟน 4" rel="tag">ไอโฟน 4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-5/" title="ไอโฟน 5" rel="tag">ไอโฟน 5</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>RSS 2.0 Really Simple Syndication เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่อัพเดทเว็บคุณได้อย่างทันใจ</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/technology/rss-really-simple-syndication/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/technology/rss-really-simple-syndication/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 13:55:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Atom]]></category>
		<category><![CDATA[FEED]]></category>
		<category><![CDATA[Really Simple Syndication]]></category>
		<category><![CDATA[RSS]]></category>
		<category><![CDATA[RSS 2.0]]></category>
		<category><![CDATA[RSS Feed]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีด]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เอสเอส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=703</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
วันนี้ช่างสรรหามีเทคโนโลยีแบบใหม่ หรือ มีมานานแล้วที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือรู้จักแต่ไม่รู้วิธีการใช้ให้เกิดประโยชน์สักที ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าเครื่องมือนี้มีไว้สำหรับทำอะไรกัันแน่&#8230;
เทคโนโลยที่จะกล่าวในวันนี้คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีของเว็บไซต์ 2.0 ที่มีทั้งภาพ เสียง อักษรกลายเป็นช่วงยุคมัลติมีเดีย อย่างไม่มีทางเลือก จึงได้กำเนิดเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมาชื่อว่า
RSS 2.0  หรือ Really Simple Syndication ซึ่งมาจากรากฐานคำว่า
Really  แปลว่าตามความเป็นจริง
Simple อย่างง่ายๆ ดังปอกกล้วยเข้าปาก
Syndication แปลว่าสมาคม หรือว่าการแจกจ่าย
ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ตามผมก็จะอุปมาเอาเองโดยไม่รู้ความหมายหรือแปลแบบบ้านถ้าผิดก็เม้นท์ได้ครับ
Really Simple Syndication ในความหมายของผมจึงแปลว่า การแจกจ่ายหรือแบ่งปันข้อมูลไม่ว่าจะเป็นทั้งภาพและเสียงแม้กระทั่งข้อความ สู่สาธารณะชนง่ายๆแบบเป็นจริง อัพเดทตลอดเวลาง่ายๆ แบบปลอกกล้วยเข้าปาก
รูปแสดงสัญลักษณ์ต่างๆมากมายที่บอกถึง RSS 2.0 อย่างล้นหลาม

อันนี้ผมก็แปลตามความคิดของผมเองนะครับ แต่ว่าเขามีนิยามของคำนี้แล้วนะครับ
RSS หรือ Really Simple Syndication คือรูปแบบไฟล์ของภาษา XML ใช้สำหรับการแบ่งปันหัวเรื่อง ข้อมูลบนเว็บระหว่างเว็บด้วยกัน หรือสำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนเว็บของคุณ ซึ่งแต่ก่อน อาจมีการสร้างหัวเรื่องของข่าวจากเว็บต้นแบบ จากนั้นนำลิงค์ไปติดที่หน้าเว็บของเรา การแก้ไขถ้าเว็บต้นแบบแก้ไข เว็บของเราจะต้องทำการแก้ไขตามด้วย
นอก จากนี้สำหรับนักท่องเน็ตทั่วไป สามารถนำประโยชน์ของ RSS นี้ไปใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเว็บไซต์นั้นบ่อยๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Ftechnology%2Frss-really-simple-syndication%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Ftechnology%2Frss-really-simple-syndication%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>วันนี้ช่างสรรหามีเทคโนโลยีแบบใหม่ หรือ มีมานานแล้วที่หลายคนอาจไม่รู้จัก หรือรู้จักแต่ไม่รู้วิธีการใช้ให้เกิดประโยชน์สักที ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าเครื่องมือนี้มีไว้สำหรับทำอะไรกัันแน่&#8230;</p>
<p>เทคโนโลยที่จะกล่าวในวันนี้คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีของเว็บไซต์ 2.0 ที่มีทั้งภาพ เสียง อักษรกลายเป็นช่วงยุคมัลติมีเดีย อย่างไม่มีทางเลือก จึงได้กำเนิดเทคโนโลยีชนิดนี้ขึ้นมาชื่อว่า</p>
<p><strong>RSS 2.0 </strong> หรือ Really Simple Syndication ซึ่งมาจากรากฐานคำว่า<br />
<strong>Really </strong> แปลว่าตามความเป็นจริง<br />
<strong>Simple</strong> อย่างง่ายๆ ดังปอกกล้วยเข้าปาก<br />
<strong>Syndication</strong> แปลว่าสมาคม หรือว่าการแจกจ่าย</p>
<p>ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ตามผมก็จะอุปมาเอาเองโดยไม่รู้ความหมายหรือแปลแบบบ้านถ้าผิดก็เม้นท์ได้ครับ<br />
<strong>Really Simple Syndication</strong> ในความหมายของผมจึงแปลว่า การแจกจ่ายหรือแบ่งปันข้อมูลไม่ว่าจะเป็นทั้งภาพและเสียงแม้กระทั่งข้อความ สู่สาธารณะชนง่ายๆแบบเป็นจริง อัพเดทตลอดเวลาง่ายๆ แบบปลอกกล้วยเข้าปาก<span id="more-703"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-704" title="RSS" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/06/RSS.jpg" alt="RSS 2.0" width="385" height="331" /><strong>รูปแสดงสัญลักษณ์ต่างๆมากมายที่บอกถึง RSS 2.0 อย่างล้นหลาม</strong></p>
<p style="text-align: center;">
<p>อันนี้ผมก็แปลตามความคิดของผมเองนะครับ แต่ว่าเขามีนิยามของคำนี้แล้วนะครับ<br />
<strong>RSS หรือ Really Simple Syndication</strong> คือรูปแบบไฟล์ของภาษา XML ใช้สำหรับการแบ่งปันหัวเรื่อง ข้อมูลบนเว็บระหว่างเว็บด้วยกัน หรือสำหรับดึงข่าวจากเว็บต่างๆ มาแสดงบนเว็บของคุณ ซึ่งแต่ก่อน อาจมีการสร้างหัวเรื่องของข่าวจากเว็บต้นแบบ จากนั้นนำลิงค์ไปติดที่หน้าเว็บของเรา การแก้ไขถ้าเว็บต้นแบบแก้ไข เว็บของเราจะต้องทำการแก้ไขตามด้วย</p>
<p>นอก จากนี้สำหรับนักท่องเน็ตทั่วไป สามารถนำประโยชน์ของ RSS นี้ไปใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเว็บไซต์นั้นบ่อยๆ (ทั้งนี้เนื่องจากหลายๆ เว็บอาจมีการ udpate ข้อมูลที่ไม่พร้อมกัน) โดยสามารถติดตั้งโปรแกรม RSS Reader ใช้สำหรับดึงหัอข้อข่าวสารที่มีบริการ RSS มาไว้ในเครื่องของเรา และถ้ามีการ udpate จากเว็บนั้นๆ เราก็สามารถคลิกลิงค์ไปยังเว็บที่ให้บริการได้โดยตรง ทำให้ย่นเวลาในการเข้าไปดูเว็บต่างๆ มากมาย</p>
<p><strong>แถมนิยามของพี่วิกิพีเดียไทยหน่อย</strong><br />
อาร์เอสเอส (RSS) คือหนึ่งในประเภทเว็บฟีด ซึ่งมีรูปแบบข้อมูลเอกซ์เอ็มแอล ซึ่งใช้สำหรับในการกระจายข้อมูลที่มีการเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงบ่อยจากเว็บไซต์ (web syndication) และบล็อก ซึ่งอาร์เอสเอสสามารถย่อมาจากหลายรูปแบบด้วยกันคือ :</p>
<ul>
<li> Really Simple Syndication (RSS 2.0) <strong>เวอร์ชั่นล่าสุด</strong></li>
<li> Rich Site Summary (RSS 0.91)</li>
<li> RDF Site Summary (RSS 0.9 และ 1.0)</li>
</ul>
<p>โปรแกรมอ่านฟีดหรือรวบรวมฟีด (feed readers or aggregators) นั้นใช้สำหรับในการตรวจสอบ รวบรวมและดึงข้อมูลจากฟีดต่างๆที่กำหนด โดยปกติบริการประเภทนี้ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ข้อมูลที่ได้อาจเป็นเพียงหัวข้อข่าว หรือรายละเอียดโดยย่อเท่านั้น ส่วนเนื้อหา หรือข้อความหลักของข่าว มักจะมีลิงก์เชื่อมโยงไปให้อีกทีหนึ่ง</p>
<p>อาร์เอสเอส ถูกใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มของคนที่ใช้บล็อก เพื่อแสดงหัวข้อหรือเรื่องราวล่าสุด รวมถึงข้อมูลมัลติมิเดียด้วย (ดู พอดคาสติ้ง บรอดแคทชิ่ง (broadcatching) และบล็อกเอ็มพีทรี (MP3 blogs)) ในกลางปี พ.ศ. 2543 การใช้งานอาร์เอสเอสก็แพร่หลายไปสู่สำนักข่าวต่างๆ ทั้ง รอยเตอร์ ซีเอ็นเอ็น และ บีบีซี</p>
<p>โปรแกรมรวมกลุ่มข่าวสารจะทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ทั้งยังแสดงผลข้อมูลล่าสุดให้อัตโนมัติ ในตอนนี้ถือเป็นเรื่องปกติจะพบอาร์เอสเอสในเว็บไซต์ทั่วไป บางเว็บไซต์ยังสามารถเลือกรูปแบบของการรับข่าวสาร ระหว่างอาร์เอสเอสหรือ Atom ได้อีกด้วย</p>
<p>การรับข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ ปกติจะใช้คำว่า<strong> &#8220;ลงทะเบียนรับข่าวสาร&#8221; (Subscribe) หรือ เป็นรูปภาพ และในหลายเบราว์เซอร์ยังให้อาร์เอสเอส เป็นคั่นหน้า (bookmark) </strong>ได้เช่นกัน</p>
<p>จึงสามารถสรุปสั้นว่า ไอ้เจ้าเทคโนโลยีนี้ช่วยเว็บมาสเตอร์ในเรื่องของข้อมูลที่ไม่จำเป็นว่าเว็บมาสเตอร์เท่านั้นที่ต้องอัพเดท เีราสามารถดึงข้อมูลเว็บชาวบ้านมาเป็นเว็บของเราก็ได้ (เฉพาะเนื้อหานะ) ด้วยเหตุแบบนี้จึงมีเว็บมาสเตอร์หัวใส ใช้ดึงข้อมูลฟีดข่าวจากเว็บดังๆ แล้วก็ใช้โปรแกรมสร้างเนื้อหาอัตโนมัติเท่ากับว่าเป็นการเห็นแก่ตัวอย่างสุดซึ้ง เพราะว่าพวกนี้เหมือนกับไฮเจคเว็บผู้อื่น ไม่อัพเดทเอง ยึดฐานข้อมูลของผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง</p>
<p>ดังนั้นเว็บดังๆเช่น สนุกดอทคอม เมื่อก่อนเขาเปิดให้มีการดึง RSS 2.0 ไปแสดงเว็บอื่นๆได้ แต่ตอนนี้เขาได้รับบทเรียน เขาได้ปิด RSS 2.0 ไปช่วงหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ยังทำงานได้อยู่หรือเปล่า&#8230;</p>
<p>คำถามที่ตามมาคือ เราจะรู้ได้ยังไงว่าเว็บไหนที่เปิดให้บริการ RSS 2.0 บ้างล่ะ สังเกตง่ายๆครับ มันมักจะมีรูปแล้วก็มีตัวอักษรว่า <strong>RSS หรือ XML หรือ FEED แล้วแต่เขาจะเรียก</strong></p>
<p>โดยเทคโนโลยีนี้เปรียบเสมือนดาบ 2 คมคือ กระจายข้อมูลให้เว็บต่างๆได้ โดยที่เว็บเล็กๆไม่ต้องมานั่งอัพเดท เพียงแค่ใช้ฟีดชาวบ้านก็จบ</p>
<p>และโทษคือเว็บเล็กๆได้ข้อมูลมาโดยไม่มีเครดิตให้เว็บต้นฉบับเลย ถ้าเว็บนั้นมีโฆษณาเท่ากับว่าเป็นเสือนอนกินไม่ต้องทำไร วันๆก็มีเงิน เนื้อหาไม่ต้องอัพ ดึงของชาวบ้านมา จบ&#8230;</p>
<p>ดังนั้นการดึง RSS FEED ของใครขอให้มีจิตสำนึกหน่อยให้เครดิตเขาบ้างก็ได้ว่าเอามาจากไหน</p>
<p>ตัวอย่าง RSS 2.0 ของเว็บช่างสรรหาเอง</p>
<p>http://www.changsunha.com/index.php/feed/</p>
<p>http://teenthai.changsunha.com/index.php?type=rss;action=.xml</p>
<p>http://bookmark.changsunha.com/rss/category/published/</p>
<p>แค่นี้ก็อัพเดทเนื้อหาไม่หวั่นไม่ไหวแล้วครับ<br />
ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บ</p>
<ul>
<li><strong>mindphp.com</strong></li>
<li><strong>th.wikipedia.org/wiki/อาร์เอสเอส</strong></li>
<li><strong>รูปจาก ata-divisions.org</strong></li>
</ul>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=703&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/atom/" title="Atom" rel="tag">Atom</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/feed/" title="FEED" rel="tag">FEED</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/really-simple-syndication/" title="Really Simple Syndication" rel="tag">Really Simple Syndication</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/rss/" title="RSS" rel="tag">RSS</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/rss-2-0/" title="RSS 2.0" rel="tag">RSS 2.0</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/rss-feed/" title="RSS Feed" rel="tag">RSS Feed</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b8%94/" title="ฟีด" rel="tag">ฟีด</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa/" title="อาร์เอสเอส" rel="tag">อาร์เอสเอส</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/technology/rss-really-simple-syndication/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กทช. ปรับค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ คนไทยร้อนแน่</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/technology/upphone/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/technology/upphone/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 May 2010 05:12:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[On net]]></category>
		<category><![CDATA[กทช.]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์ขึ้นราคา]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์เคลื่อนที่]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์แพง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=659</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
คือว่าหลายวันไม่ค่อยได้อัพเดทบล็อกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากมีบอร์ดทีนไทยเกิดขึ้นมา เลยไปมั่วที่นู่นซะหน่อยนึง แต่ไปหาข้อมูลที่น่าสนใจของเว็บไทยรัฐ ก็เจอประเด็นหนึ่ง ถือเป็นประเด็นร้อนกันเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่อะไรที่ไหน นอกจากการที่ กทช. ในนามของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้มีมติออกมาว่าให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก เพิ่มไอ้ราคา ออนเน็ต (On net) และ ค่าบริการของ  (Off net) แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปตีความเรื่องปัญหาการเพิ่มราคาโทรศัพท์ของกทช. เรามาดูความหมายของออนเน็ต และ ออฟเน็ต ก่อน
ออนเน็ต การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่ายเดียวกัน หรือ เจ้าของรายเดียวกันนั่นเอง เช่น เครือข่ายช่างสรรหาโทรไปหาช่างสรรหา คือเครือข่ายเดียวกัน
ออฟเน็ต อัตราค่าบริการระหว่างการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างโครงข่าย เช่นช่างสรรหาโทรไปหาไทยรัฐอย่างนี้ ก็จะมีค่าบริการที่แตกต่างกันออกไปครับ
โดยปัญหาก็คือทาง กทช. นี้เอง ขี้เกียจพิมพ์ชื่อเต็มนะครับ จะเพิ่มค่าบริการการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือนั่นแหละ ลองคิดดูนะตอนนี้ พวกผู้ประกอบการโทรศัพท์ก็รวยมากแล้ว พอมีการเพิ่มเขายิ่งรวย แต่ผู้ใช้ยิ่งจนเข้าไปอีก เรามาวิเคราะห์บทความของไทยรัฐซะหน่อย

ก่อนอื่นต้องขอบคุณไืทยรัฐ วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2553 คอลัมน์วิทยาการ ที่เอาบทความร้อนๆมาให้เราอ่านกัน เขาบอกมาอย่างนี้ครับ
บอร์ด กทช.มีมติให้ผู้ประกอบการกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่  คิดค่าบริการโทรเครือข่ายเดียวกัน-ข้ามเครือข่าย ในอัตราเพดานสูงสุด 3 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Ftechnology%2Fupphone%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Ftechnology%2Fupphone%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>คือว่าหลายวันไม่ค่อยได้อัพเดทบล็อกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากมีบอร์ดทีนไทยเกิดขึ้นมา เลยไปมั่วที่นู่นซะหน่อยนึง แต่ไปหาข้อมูลที่น่าสนใจของเว็บไทยรัฐ ก็เจอประเด็นหนึ่ง ถือเป็นประเด็นร้อนกันเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่อะไรที่ไหน นอกจากการที่ กทช. ในนามของ <strong>สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ </strong>ได้มีมติออกมาว่าให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่อีก <strong>เพิ่มไอ้ราคา ออนเน็ต (On net) และ ค่าบริการของ  (Off net)</strong> แต่ก่อนอื่นที่เราจะไปตีความเรื่องปัญหาการเพิ่มราคาโทรศัพท์ของกทช. เรามาดูความหมายของออนเน็ต และ ออฟเน็ต ก่อน</p>
<p><strong>ออนเน็ต</strong> การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในโครงข่ายเดียวกัน หรือ เจ้าของรายเดียวกันนั่นเอง เช่น เครือข่ายช่างสรรหาโทรไปหาช่างสรรหา คือเครือข่ายเดียวกัน</p>
<p><strong>ออฟเน็ต</strong> อัตราค่าบริการระหว่างการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างโครงข่าย เช่นช่างสรรหาโทรไปหาไทยรัฐอย่างนี้ ก็จะมีค่าบริการที่แตกต่างกันออกไปครับ</p>
<p>โดยปัญหาก็คือทาง กทช. นี้เอง ขี้เกียจพิมพ์ชื่อเต็มนะครับ จะเพิ่มค่าบริการการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือนั่นแหละ ลองคิดดูนะตอนนี้ พวกผู้ประกอบการโทรศัพท์ก็รวยมากแล้ว พอมีการเพิ่มเขายิ่งรวย แต่ผู้ใช้ยิ่งจนเข้าไปอีก เรามาวิเคราะห์บทความของไทยรัฐซะหน่อย<span id="more-659"></span></p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-662" title="upphone" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/05/upphone.jpg" alt="กทช. ขึ้นค่าโทรมือถือ" width="275" height="286" /></p>
<p>ก่อนอื่นต้องขอบคุณไืทยรัฐ <strong>วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2553 คอลัมน์วิทยาการ </strong>ที่เอาบทความร้อนๆมาให้เราอ่านกัน เขาบอกมาอย่างนี้ครับ</p>
<p><strong>บอร์ด กทช.</strong>มีมติให้ผู้ประกอบการกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่  คิดค่าบริการโทรเครือข่ายเดียวกัน-ข้ามเครือข่าย <strong>ในอัตราเพดานสูงสุด 3  บาทเท่ากัน</strong> รอเวลาดำเนินการ  ขณะที่โอเปอร์เรเตอร์บางรายไม่เห็นด้วยเพิ่มภาระผู้บริโภค&#8230; ขอแทรกอารมณ์หน่อย ว้าว 3 บาทเลยทีเดียว</p>
<p>เมื่อ วันที่ <strong>12 พ.ค. 2553 นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)</strong> กล่าวว่า  จากกรณีคณะกรรมการ (บอร์ด) กทช. มีมติให้ผู้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์)  โทรศัพท์มือถือ<strong> ยกเลิกการออกโปรโมชันโทรในเครือข่าย-ข้ามเครือข่าย  (ออนเน็ต-ออฟเน็ต) </strong>นั้น  ล่าสุด วันที่ 12 พ.ค.  ที่ประชุมบอร์ดมีมติให้ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องคิดค่าบริการ ดังกล่าวในอัตราเท่ากัน <strong> ซึ่งปกติแล้วผู้บริโภคจะไม่ทราบว่าเลขหมายที่เรียกไปนั้นเป็นการเรียกภายใน โครงข่ายเดียวกัน</strong>หรือต่างโครงข่ายกัน  ทำให้ผู้บริโภคไม่ทราบว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละครั้งเป็นการให้ บริการประเภทใดและมีอัตราค่าบริการเท่าใด</p>
<p>สรุปพารากราฟนี้ได้ว่า เรื่องของเรื่องคือบริษัทเกี่ยวกับโทรศัพท์มีโปรโมชั่นว่าถ้าแกโทรในเครือข่ายของฉัน 25 สตางค์นะ แต่ถ้าแกโทรนอกเครือข่ายฉันคิด 3 บาทเอาดิ แต่คนเราจะรู้ไหมว่าปลายทางที่โทรค่ายไหน อยากให้มีแบบว่าเตือน อยากประหยัดไง เวลาโทรไปข้างนอกก็มีเสียงคนบอกว่า<strong> &#8220;นี่คิดใหม่สิ นอกเครือข่าย 3 บาทนะแก วางสายซะ เดี๋ยวเงินไหลออกหมดหรอก&#8221;</strong></p>
<p>รองเลขาธิการ กทช.  กล่าวต่อว่า  ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานสูงสุดกับช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานน้อยยังไม่ได้กำหนด ค่าบริการ เพราะเรื่องดังกล่าว ถือเป็นรายละเอียดย่อย ดังนั้น  โอเปอร์เรเตอร์ จึงต้องหารือเพื่อศึกษารายละเอียดเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง  อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการกำหนดให้บริการออนเน็ต- ออฟเน็ต  <strong>เป็นอัตราที่เท่ากันในอัตราสูงสุด 3 บาทต่อนาที</strong> ( 3 บาทต่อนาที ต่อไปไม่มีโปร แกโทรไปไหนก็ 3 บาท 3 บาทเท่านั้นเองจ้า) หนักกว่าโปรอีกป่ะล่ะ</p>
<p>ก่อนหน้านี้มี  ตัวแทนทั้ง 3 โอเปอร์เรเตอร์คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด  (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด  เข้าหารือ กับ กทช.  โดยสาระสำคัญของการหารือส่วนใหญ่เป็นการชี้แจงของ กทช. ในการออกมติดังกล่าว  แต่ในส่วนของโอเปอร์เรเตอร์เอง ยังมีบางรายไม่เห็นด้วย  และบอกว่าเป็นการก้าวก่าย  ขณะที่โอเปอร์เตอร์ได้กำหนดคิดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายอินเตอร์คอนเนคชั่นชาร์จ  (ไอซี) ไว้ที่ 1.07 บาท ต่อนาที ซึ่งถือเป็นต้นทุนขั้นต่ำอยู่แล้ว</p>
<p>นาย ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล  แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า  การยกเลิกค่าบริการบริการออนเน็ตและออฟเน็ตเป็นอัตราเดียวนั้น  ต้องรอดูคำสั่งที่ชัดเจนจาก กทช. ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งใดๆ  จึงไม่สามารถคาดการณ์แนวทางดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร</p>
<p>ทั้ง นี้ การดำเนินการดังกล่าวเนื่องจาก พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544  บริการ ประเภทเดียวกันจะต้องมีอัตราค่าบริการเดียวกัน  ประกอบกับเคยมีผู้รับบริการร้องเรียนเรื่องการคิดค่าบริการในและนอกเครือ ข่ายต่างกัน และ กทช.ได้นำเรื่องมาเมื่อพิจารณากระทั่งสามารถหาข้อสรุปได้ใน  กทช.ชุดนี้</p>
<p>&#8220;การยกเลิกดังกล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ  เพราะสามารถปรับขึ้นราคาค่าบริการให้เท่ากับต้นทุนค่าไอซี 1 บาท  จากเดิมค่าบริการออนเน็ตเฉลี่ยอยู่ที่นาทีละ 0.25 บาท  ค่าบริการออฟเน็ตอยู่ที่นาทีละ 1 บาท  แม้อัตราค่าบริการจะถูกคุมให้อยู่ในอัตราเดียวกัน แต่เชื่อว่า  กทช.จะสามารถอนุญาตให้เอกชนทำโปรโมชันสำหรับการแข่งขันได้   ผู้ประกอบการได้เข้าพบ กทช. เมื่อวันที่ 11 พ.ค. โดย  กทช.ระบุว่าจะพบผู้ประกอบการบ่อยขึ้นเพื่อทำความเข้าใจและรับฟังปัญหาจาก เอกชนก่อนจะมีการลงมติใดๆ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง&#8221; นายธนากล่าว</p>
<p>เทาที่อ่านเหมือนฟังความข้างเดียวทีนี้ทางเว็บทางการของกทช. ได้ออกมาแล้วเหมือนกันนะ ขอบคุณเว็บ<strong>กทช. ntc.or.th เขาบอกมายังนี้</strong><br />
ด้วยปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมสำหรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีรายการส่งเสริมการขายที่หลากหลาย โดยมีการกำหนดอัตราค่าบริการระหว่างการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใน โครงข่ายเดียวกัน (On net)   และการกำหนดอัตราค่าบริการระหว่างการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่าง โครงข่าย (Off net)  ที่แตกต่างกัน อาทิ อัตราค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในโครงข่ายเดียวกัน (On net)   นาทีละ ๐.๘๐  บาท  ในขณะที่ อัตราค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างโครงข่าย  (Off net)  นาทีละ ๑.๖๑  บาท  แต่ปกติแล้วผู้บริโภคจะไม่ทราบว่าเลขหมายที่เรียกไปนั้น เป็นการเรียกภายในโครงข่ายเดียวกันหรือต่างโครงข่ายกัน  ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถทราบว่าในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละครั้งเป็น การใช้บริการประเภทใดและมีอัตราค่าบริการเท่าใด</p>
<p>เพื่อเป็นการขจัดความไม่ชัดเจนดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเห็นว่า อัตราค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในโครงข่ายเดียวกัน (On net)  และอัตราค่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างโครงข่าย (Off net)   ควรเป็นอัตราเดียวกัน  ดังนั้น จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ประกอบข้อ ๑๗  ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการและการเรียกเก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าในกิจการโทร คมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙  มีมติในการ ประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๓  เมื่อวันที่  ๒๘  เมษายน  ๒๕๕๓  กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องคิดค่าบริการ  On net  และ  Off net  ในอัตราเท่ากัน<br />
ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำลังดำเนินการแจ้งให้ผู้ ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายทราบและถือปฏิบัติต่อไป<br />
อนึ่ง การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติมีมติเช่นนี้ ประกอบกับผลของการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่รุนแรง จะทำให้ผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องปรับปรุงรายการส่งเสริมการขาย ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมติดังกล่าวและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ  ทั้งนี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป</p>
<p>ส่วนของกทช. อ่านแล้ววิเคราะห์เอง ไม่กํ้าก่ายเดี๋ยวโดนคุก ข้อหาหมิ่นประมาท ต่อไปคนไทยก็เตรียมรับกรรมได้เลยนะครับ โชคดีครับ</p>
<p>ขอบคุณ <strong>ไทยรัฐ เว็บกทช.</strong></p>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=659&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/on-net/" title="On net" rel="tag">On net</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%8a/" title="กทช." rel="tag">กทช.</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2/" title="โทรศัพท์ขึ้นราคา" rel="tag">โทรศัพท์ขึ้นราคา</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/" title="โทรศัพท์เคลื่อนที่" rel="tag">โทรศัพท์เคลื่อนที่</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%87/" title="โทรศัพท์แพง" rel="tag">โทรศัพท์แพง</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/technology/upphone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
