<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ChangSunha.com : คลังความรู้ วิทยาศาสตร์ โลกของเรา ชีวจิต เทคโนโลยี สาระความรู้ &#187; วิทยาศาสตร์</title>
	<atom:link href="http://www.changsunha.com/index.php/category/science/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.changsunha.com</link>
	<description>สารานุกรม คลังความรู้ วิทยาศาสตร์ โลกของเรา ชีวจิต เทคโนโลยี สาระความรู้</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Aug 2010 15:04:18 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>แฉฉากๆ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2010 ไบเทค</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/science/science-technology-day-2010-bitec/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/science/science-technology-day-2010-bitec/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2010 14:59:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิทยาศาสตร์ 2010]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิทยาศาสตร์ปี 2010]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเทค]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเทคงานวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไบเทคบางนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=738</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
วันนี้ผมจะเขียนเรื่องมหกรรมวิทยาศาสตร์ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2010 ไบเทค ระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม 2553 &#8211; วันไหนก็ไม่รู้ใครรู้โพสบอกด้วยนะ ผมได้ไปมาตั้งแต่วันจันทร์แล้วหล่ะครับ แต่พอดีว่างานยุ่งๆ เลยไม่ได้มาแฉ แต่ทว่าวันนี้ก็ไม่ว่าง กลัวงานจะหมด อดแฉกันพอดี และก็กลัวลืมว่าจะแฉอะไร ปล. ข้อความที่พวกท่านจะได้อ่านมาจากคิดสดทั้งสิ้น ไม่ได้ถูกตรวจสอบโดยผู้รู้ เพียงแต่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้จักรยานในการรับอ่าน ข้อความดังต่อไปนี้ครับ
&#8220;เป็นที่ยอมรับกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาวิชาวิทยา-ศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราศาสตร์ทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากล พระองค์ทรงวางรากฐานที่จะนำวิทยาการใหม่ของตะวันตก ตลอดจนความรู้ทางวิทยาศาสตร์แผนใหม่ และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารประเทศอย่างระมัดระวังและดัดแปลงให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ สิ่งใดแปลกใหม่ แม้ไม่ทรงได้เคยรู้มาก่อน ก็ทรงตั้งพระทัยติดตามศึกษาหาความรู้ด้วยน้ำพระทัยของนักวิทยาศาสตร์
เมื่อนักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีการประชุมกัน เพื่อพิจารณาหาวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้ตกลงมีมติเลือกวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณคาดหมายไว้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาที่ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน อนุมัติให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fscience-technology-day-2010-bitec%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fscience-technology-day-2010-bitec%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>วันนี้ผมจะเขียนเรื่องมหกรรมวิทยาศาสตร์ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2010 ไบเทค ระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม 2553 &#8211; วันไหนก็ไม่รู้ใครรู้โพสบอกด้วยนะ ผมได้ไปมาตั้งแต่วันจันทร์แล้วหล่ะครับ แต่พอดีว่างานยุ่งๆ เลยไม่ได้มาแฉ แต่ทว่าวันนี้ก็ไม่ว่าง กลัวงานจะหมด อดแฉกันพอดี และก็กลัวลืมว่าจะแฉอะไร ปล. ข้อความที่พวกท่านจะได้อ่านมาจากคิดสดทั้งสิ้น ไม่ได้ถูกตรวจสอบโดยผู้รู้ เพียงแต่แสดงความคิดเห็นเท่านั้น โปรดใช้จักรยานในการรับอ่าน ข้อความดังต่อไปนี้ครับ</p>
<p>&#8220;เป็นที่ยอมรับกันว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงศึกษาวิชาวิทยา-ศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราศาสตร์ทรงมีความเชี่ยวชาญทางด้านดาราศาสตร์เทียบเท่ากับนักดาราศาสตร์สากล พระองค์ทรงวางรากฐานที่จะนำวิทยาการใหม่ของตะวันตก ตลอดจนความรู้ทางวิทยาศาสตร์แผนใหม่ และเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารประเทศอย่างระมัดระวังและดัดแปลงให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ สิ่งใดแปลกใหม่ แม้ไม่ทรงได้เคยรู้มาก่อน ก็ทรงตั้งพระทัยติดตามศึกษาหาความรู้ด้วยน้ำพระทัยของนักวิทยาศาสตร์<br />
เมื่อนักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีการประชุมกัน เพื่อพิจารณาหาวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติได้ตกลงมีมติเลือกวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณคาดหมายไว้ว่าจะเกิดสุริยุปราคาที่ ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐบาลสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 เมษายน อนุมัติให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นไป และได้ประกาศยกย่องว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย นับว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง<span id="more-738"></span><br />
ในรัชสมัยของพระองค์ ทรงได้รับการยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ของชาติมหาอำนาจในยุคนั้น กล่าวคือ<br />
1. พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯถวายพระเกียรติ ให้ทรงเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของสัตววิทยาสมาคม (Zoological Society) แห่งสหราชอาณาจักร<br />
2. ประมุขของต่างประเทศตระหนักดีว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในเรื่องของวิทยาศาสตร์ เครื่องราชบรรณาการส่วนมากเป็นเครื่องมือและหนังสือทางวิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วย เช่น พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ ซึ่ง เซอร์ จอห์น เบาริง ได้บันทึกว่า &#8220;กล้องที่นำมาถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้ว&#8221;<br />
&#8221;</p>
<p>ภาพที่ทุกท่านจะได้เห็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานเท่านั้น พอดีว่าใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายนะครับ ไม่สวยเท่าไหร่ แต่ก็พอมีอะไรที่ดีๆมาอวดล่ะครับ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-739" title="money" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/08/money.jpg" alt="" width="462" height="386" />รูปภาพด้านบนเป็นภาพที่ถูกบันทึกไว้และโดนจำลองจากทางงานเขา อันที่อยู่ล่างสุดเขาเรียกว่าเบี้ย ซึ่งเกิดมาทั้งชีวิตหนึ่งเพิ่งจะได้เคยเห็นรูปจำลองเบี้ยในสมัยก่อน รู้สึกว่าซุ้มนี้จะเป็นซุ้มที่เทิดไท้พระปรีชาสามารถของ<strong>พระบิดาของวิทยาศาสตร์ไทยคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว</strong> ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าเป็นเบี้ยแบบฝากระป๋องนํ้าอัดลมซะอีก ผมได้ถามพี่ที่ประจำจุดว่าอันที่จริงแล้วจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์บอกว่าวัตถุชิ้นนี้เป็นเบี้ยนะ เจ้าหน้าที่ประจำบูตบอกมาว่า เขาจะมีการตราสัญลักษณ์ลงในเบี้ย แล้วระดับความแพงหรือความมีค่าให้ดูที่ด้านในสุด พี่เขาบอกว่ามีค่ามากเลยทีเดียว เพราะเป็นเหรียญที่มีค่ามาก ทำให้นึกได้ว่า แท้ที่จริงแล้วอดีตก็มีการตราสัญลักษณ์ขึ้นเหมือนกับธนบัตรปัจจุบันที่พวกเราใช้กัน แต่ผมคิดว่าสมันก่อนคงไม่มีเครื่องปั้มเบี้ย เหมือนกันเครื่องปั้มธนบัตรอย่างปัจจุบันอย่างแน่นอน&#8230;</p>
<p>แถมสักนิดหน่อยนะครับ เกี่ยวกับ <strong>พระ</strong><strong>บิดาของวิทยาศาสตร์ไทยคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว dss.go.th</strong></p>
<p>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับทูลเกล้า ฯ ถวายพระเกียรติ ให้ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสัตว์ วิทยาสมาคมแห่งสหราชอาณาจักร บรรดาประมุขของต่างประเทศในยุโรปอเมริกาต่างพากันตระหนักดีว่า ทรงสนพระทัย วิทยาศาสตร์ยิ่งนักในจำนวนเครื่องราชบรรณาการ จึงมักมีเครื่องมือและหนังสือทางวิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วยเสมอ เช่น พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ได้ถวาย<strong>กล้องโทรทรรศน์</strong> ซึ่งเซอร์ ยอนบาวริ่ง ได้บันทึกไว้ว่า กล้องที่ นำมาถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้วเสียอีก กล่าวกันว่าในห้องส่วนพระองค์จะมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เหมือนห้องนักปราชญ์ ราชบัณฑิตที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่งของโลกในสมัยนั้นทีเดียว</p>
<p>เมื่อพูดภึงกล้องโทรทัศน์ ทำให้ผมนึกถึงบูตหนึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับกล้องโทรทัศน์นี่แหละ ซึ่งผมก็ได้ดูข่าวพระราชสำนักเห็นองค์ทีปังกร ส่องดู ผมก็อยากจะรู้ว่าข้างในนั้นมันมีอะไร ที่แท้มันก็คือภาพธรรมดาที่สุดจะคลาสสิคยิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายไปสำหรับงานใหญ่ๆแบบนี้ ปี 2010 ควรมีอะไรที่ระทึกใจมากกว่านี้</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-740" title="home" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/08/home.jpg" alt="" width="449" height="356" /></p>
<p>ภาพข้างต้นนี้เป็นโซนจัดแสดงที่ดูดีพอสมควรเลยทีเดียว พอดีผมไปแต่เช้าเลยไม่ค่อยมีคนมาชม แต่พอรู้สึกว่าประมาณ 10 โมงมั้งครับ คนก็แน่นเลยขนัดตาเลยทีเดียวครับ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว เวทีและโพเดี้ยมมีไว้ทำทอล์คโชว์ และ เกมส์โชว์วิทยาศาสตร์ เหมือนเป็นเมืองหน้าด่านคอยรับแขกจากหลายท้องที่มารวมกัน ซึ่งปล. ผมไม่สามารถเข้าไปดูได้ เลยไม่อยากอธิบายเพราะว่า คนเยอะมาก ไม่รู้ว่ามามุงอะไรกัน ผมก็เลยจากไปอย่างไม่ใยดี เชอะ!!!</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-741" title="kidszone" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/08/kidszone.jpg" alt="" width="494" height="396" />ภาพนี้เป็นภาพแสดงบูตของการเปิดโลกคณิตวิทยาศาสตร์ ซึ่งตอนแรกที่ได้เห็นสวยมาก พอเดินเข้าไปข้างใน ก็ไม่มีคำตอบอะไรนอกจากแจกเอกสารมา 1 ฉบับ เราก็เก็บไว้เพราะพิมพ์สวยจริงๆ พอกลับมาอ่านที่บ้าน นี่แกมีจุดประสงค์แค่ขายหนังสือแค่นี้เองหรอ คิดแล้วเศร้าใจมากเลยครับ</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-742" title="HDD" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/08/HDD.jpg" alt="ฮาร์ดดิสก์รุ่นแรกของโลก" width="445" height="360" /></p>
<p>ภาพนี้ทำให้ผมเห็นแล้วอึ้งรู้สึกว่าภาพนี้จะได้จากบูตนักประดิษฐ์คนหนึ่งที่มีความสามารถมากครับ ผมนับถือท่านมากเลยจริงๆครับ ข้าน้อยขอคารวะท่านพี่สามารถเอากระป๋องสเลอปี้มาทำเป็นลำโพส ประดิษฐ์เครื่องวัดแผ่นดินไหว ประดิษฐ์กังหันนํ้า ประดิษฐ์สเตอริโอจากกระป๋องนํ้า สุดยอดมากครับ ตอนแรกนึกว่าใครเอาขยะมาเสียบไว้กับตะแกรงที่ยื่นออกมา ในลักษณะทรงตั้ง พอเข้าไปดูใกล้ๆ ไอ้พวกกระป๋องสเลอปี้ เป็นลำโพงซึ่งเกิดจากการสั่นสะเทือนเกิดคลื่นต่างๆ จนกลายเป็นเสียง ขอคารวะให้ซุ้มนี้ ตั้งแต่ดูมาอันนี้ประทับใจสุด ยาวมากที่มา จากที่เห็นครับ ฮาร์ดดิสก์รุ่นแีรกปีั 1960 ผมยังไม่เกิดเลยด้วยซํ้าเห้อ ความจุ 2 เมกกะไบต์ จุเพลงบี้เดอะสตาร์ไม่ครบเพลงเลย โบราณมากมาย ไม่อยากจะเอ่ย ยังมีแผ่นเท่าจานดาวเทียมเป็น HDD ที่จุข้อมูลน้อยมาก อยากรู้ไปดูเอง</p>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-743" title="adventure" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/08/adventure.jpg" alt="" width="434" height="350" /></p>
<p>อันนี้อย่างโหดเป็นฮอลล์ 2 คือสังเกตเมื่อเข้าหน้างานมองทางขวาจะเจอจอ LED ใหญ่ๆ มันจะมีทางลงให้ลงไปเลยเดี๋ยวก็เจอเอง ภายใต้ฮอลล์นี้จะมี 2 อันเด่นๆคือ<strong> วิกฤตโลก และ ความหลาก หลายทางชีวภาพ </strong>คนที่ได้ไปชมมาแล้วก็ต้องเสียดายตามๆกันคือ คนที่ไปเที่ยวแห่กันไปมุงเข้าแถวชม วิกฤตโลกกว่าครึ่งชั่วโมง ทำไมผมรู้ผมนั่งรอมาแล้ว แถวยาวประมาณ 1/8 ของฮอลล์ มีการเข้าแถวทั้งหมด 2 รอบ รอบละ 10 แถว แถวละ 10 คน เอาสิครับ พอผมหลุดออกจากรอบแรก ก็ต้องต่อรอบสอง พอต่อรอบสองก็ต้องรออีก 9 แถวที่ต่อคิว โหยาวมาก&#8230;. ผมขอบอกเลยโดยเอาเว็บเป็นประกันว่า ไม่มีอะไรเลย ไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถไปโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย</p>
<p>ส่วนความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆครับ เป็นแอดเวนเจอร์ที่สุดยอดมากครับ ด่านแรกดูปลา ต่อมา ดูผีเสื้อ ต่อมาดูสัตว์หายาก แล้วก็ขึ้นบันไดไปชั้น 2 อีกทีไำปดูหนัง 4D นํ้าสาดลงไปเย็นชื่นฉํ่า บวกกับแสงไฟเร่าร้อน ช่างเหมือนจริง อีนี้หรือที่เขาเรียกกันว่า 4D มันต่างกับ 3D แค่ไหนหว่า แต่ก็ยังดีกว่าวิกฤตโลกอ่ะครับ</p>
<p>ในส่วนของฮอลล์ 3 คือออกจากฮอล์ 2 ก่อนแล้วดูป้าย ไอ้ตรงที่มันมีที่พับจรวด ผมอยู่ฮอลล์นี้นานที่สุด ไม่ได้ไปพับจรวดนะ คือว่า มันจะมีแล็บวิทยาศาสตร์อยู่ 8 แล็บ ผมเข้าตั้งแต่เที่ยงยัน 5 โมงได้ 3 แล็บมีแต่ดีๆ ผมไปโลกใบจิ๋ว สบู่ใสวัยปิ๋ง พลาสติกกับโลกร้อน ผมชอบมากสุดคือสบู่ ได้กลับมาหลายก้อนเลยทีเดียว</p>
<p>สุดท้ายนี่เป็นการวิจารณ์ในทางลบ และ บวกเล็กน้อยครับ ไม่เชื่อผมไปดูเองเหอะ ขอแนะนำเวลาที่ปลอดคนมากที่สุดคือเวลา 3 โมงเย็นเด็กต่างจังหวัดจะกลับแล้ว เดินตามสบายเลยทีเดียว แล็บก็อย่าลืมเข้านะสนุกมาก สุดท้ายที่กล้าพูดขนาดนี้เพราะว่าผมไปดูมาแล้วทั้งนั้น งานนี้ผมพลาดคือ มัวแต่ไปรอวืกฤตโลกเลยไม่ได้ต่อหุ่นยนต์ตรงฮอลล์ของจรวด</p>
<p>สุดท้ายอยากจะฝากอีกซุ้ม นาโนเทคโนโลยีที่แสนอลังการ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเลยนอกจาก นาโนซิลเวอร์ ไทเทเ้นียมนาโน อะไรอีกอย่าง ดูเอาเองเถอะนะครับ อยากให้ไปดูอย่างสนุก ที่มาบอกเป็นไกด์จะได้ไม่พลาดอะไรดีๆครับ</p>
<p>ขอบอกน่าสนใจมากน้อยคนที่จะรู้ ชั้น 2 ของไบเทคอ่ะมีการประกวดโครงงานจากโรงเรียนดังๆ อย่าลืมไปแง้มดูแล้วอ่านมาว่ามันมีแนวคิดอย่างไร จะได้ไม่ตกเทรนด์นะครับ</p>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=738&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/" title="งานวิทยาศาสตร์" rel="tag">งานวิทยาศาสตร์</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-2010/" title="งานวิทยาศาสตร์ 2010" rel="tag">งานวิทยาศาสตร์ 2010</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2010/" title="งานวิทยาศาสตร์ปี 2010" rel="tag">งานวิทยาศาสตร์ปี 2010</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97/" title="มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ" rel="tag">มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/" title="วิทยาศาสตร์" rel="tag">วิทยาศาสตร์</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84/" title="ไบเทค" rel="tag">ไบเทค</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/" title="ไบเทคงานวิทย์" rel="tag">ไบเทคงานวิทย์</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2/" title="ไบเทคบางนา" rel="tag">ไบเทคบางนา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/science/science-technology-day-2010-bitec/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Iphone 4G เทคโนโลยีชิ้นใหม่จาก Apple คุณสมบัติ Iphone4 ปัญหา Iphone 4 ผลกระทบต่อแบรนด์ไอโฟน4</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Jul 2010 11:35:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone 4G]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone 5]]></category>
		<category><![CDATA[Iphone4]]></category>
		<category><![CDATA[Retina Display]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติไอโฟน4]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาไอโฟน 4]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ สหรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เรตินา ดิสเพล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 4]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน 5]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=724</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
หลังจากที่ข่าวคราวว่าแอปเปิลเจ้าพ่อทางเทคโนโลยีจะประกาศตัว Iphone4 มาเพื่อเหยียบผู้ใช้งาน Iphone3G นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการเทคโนโลยีไม่น้ิอย แต่ทว่าคนที่่เคยซื้อไอโฟน 3 มานี่สิ ดูท่าจะแย่น้อยเพราะว่าประกาศใช้ในประเทศไทยไม่เท่าไหร่ ทางแอปเปิลก็ตบท้ายด้วยหารปล่อยข่าว Iphone4 ออกมาเพื่อกระแทกแดกดัน Iphone3G อย่างไม่ใยดี ไม่ใช่แค่นั้น เร็วๆที่ผ่านมา ก็เพิ่งที่จะเปิดตัว Ipad แสดงว่างานนี้ต้องมีอะไรที่มากมายกว่า ไอโฟน และไอแพดอย่างแน่นอน
แต่ก็อย่างว่าชาวบ้านเขาก็เขียนเรื่องเจ้าไอโฟน4 กันมากมายมีแต่เว็บช่างสรรหานี่แหละที่คลานเป็นเต่าต้วมเตี้ยมไม่ตามชาวบ้่านชาวเมื่องเขาสักที ก็แย่จัง ทำไงได้ผมขี้่เกียจ แต่ว่าโบราณเคยบอกว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า งั้นผมจะหัวเราะเกือบสุดท้ายดูสิ ว่าจะดังไหม
เนื้อหาที่ท่้านได้รับจากเราคือ

คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า
เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาล่าสุดที่ยัดลงมาใน Iphone4
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Iphone4
ตกลงแล้ว แอปเปิลจะเอายังไง ในเมื่อสมาคมผู้บริโภคสหรัฐ มีมติไม่แนะนำให้ซื้อไอโฟน 4 จะเอายังไง
ไอโฟน5 Iphone5 มันกำลังออกมาแล้วจริงๆหรือ

มาเรื่องแรกเลยดีกว่านะครับ คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า

รูปที่ทุกท่านได้ดูบนบน คงอธิบายอะไรได้ไม่ยากเท่าไหร่
คุณสมบัติของไอโฟน 4G 
หน้าจอ 3.5 นิ้วแบบ widescreen รองรับระบบมัลติทัช หน้าจอ 960 x 640 ฟิกเซลขนดภายนอก ถือว่าเท่ากันทุกประการ แต่ที่เพิ่มมาคือ Retina Display [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fiphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fiphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>หลังจากที่ข่าวคราวว่าแอปเปิลเจ้าพ่อทางเทคโนโลยีจะประกาศตัว Iphone4 มาเพื่อเหยียบผู้ใช้งาน Iphone3G นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการเทคโนโลยีไม่น้ิอย แต่ทว่าคนที่่เคยซื้อไอโฟน 3 มานี่สิ ดูท่าจะแย่น้อยเพราะว่าประกาศใช้ในประเทศไทยไม่เท่าไหร่ ทางแอปเปิลก็ตบท้ายด้วยหารปล่อยข่าว Iphone4 ออกมาเพื่อกระแทกแดกดัน Iphone3G อย่างไม่ใยดี ไม่ใช่แค่นั้น เร็วๆที่ผ่านมา ก็เพิ่งที่จะเปิดตัว Ipad แสดงว่างานนี้ต้องมีอะไรที่มากมายกว่า ไอโฟน และไอแพดอย่างแน่นอน</p>
<p>แต่ก็อย่างว่าชาวบ้านเขาก็เขียนเรื่องเจ้าไอโฟน4 กันมากมายมีแต่เว็บช่างสรรหานี่แหละที่คลานเป็นเต่าต้วมเตี้ยมไม่ตามชาวบ้่านชาวเมื่องเขาสักที ก็แย่จัง ทำไงได้ผมขี้่เกียจ แต่ว่าโบราณเคยบอกว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า งั้นผมจะหัวเราะเกือบสุดท้ายดูสิ ว่าจะดังไหม</p>
<p>เนื้อหาที่ท่้านได้รับจากเราคือ</p>
<ol>
<li>คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า</li>
<li>เทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาล่าสุดที่ยัดลงมาใน Iphone4</li>
<li>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ Iphone4</li>
<li>ตกลงแล้ว แอปเปิลจะเอายังไง ในเมื่อสมาคมผู้บริโภคสหรัฐ มีมติไม่แนะนำให้ซื้อไอโฟน 4 จะเอายังไง</li>
<li>ไอโฟน5 Iphone5 มันกำลังออกมาแล้วจริงๆหรือ</li>
</ol>
<p>มาเรื่องแรกเลยดีกว่านะครับ <strong>คุณสมบัติของไอโฟน4G ว่าอันที่ออกมาใหม่มีอะไรที่ดีกว่า<span id="more-724"></span></strong></p>
<p><strong><img class="aligncenter size-full wp-image-725" title="iphne4G" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/07/iphne4G.jpg" alt="Iphone 4G เทคโนโลยีชิ้นใหม่จาก Apple คุณสมบัติ Iphone4 ปัญหา Iphone 4 ผลกระทบต่อแบรนด์ไอโฟน4" width="537" height="316" /></strong></p>
<p>รูปที่ทุกท่านได้ดูบนบน คงอธิบายอะไรได้ไม่ยากเท่าไหร่</p>
<h2><strong>คุณสมบัติของไอโฟน 4G </strong></h2>
<p>หน้าจอ 3.5 นิ้วแบบ widescreen รองรับระบบมัลติทัช หน้าจอ 960 x 640 ฟิกเซลขนดภายนอก ถือว่าเท่ากันทุกประการ แต่ที่เพิ่มมาคือ <strong>Retina Display </strong>ความละเอียด 326 ppi</p>
<p>ซึ่งอันนี้ Iphone3G มีเพียงแค่  163 ppi เท่านั้นเอง โดยคุณสมบัติชิ้นนี้จะกล่าวในบทถัดไป</p>
<p>ความสว่าง 800: 1  สแตนบายได้นานถึง 300 ชั่วโมง<strong> เล่นไฟล์วีดีโอได้นาน * 10 ชั่วโมง </strong>(ปล. ผู้ที่เล่นไอโฟน 3จี 4จี หรือไอแพดก็น่าจะรู้ว่า ข้อนี้แหลทั้งเพล)  เล่นไฟล์เสียงนานสูงสุด 40 ชั่วโมง ส่วนระบบเชื่อมต่อสามารถต่อเข้าคอมพิวเตอร์ Windows และ Mac ผ่านพอร์ต USB  ส่วนกล้องมีทั้งด้านหน้าและหลัง 5 ล้านฟิกเซล กล้องถ่ายวิดีโอความละเอียดได้ถึง 720p 30 เฟรม</p>
<p><strong>สัดส่วนของไอโฟน4</strong><br />
สัดส่วน &#8211; Size and Weight</p>
<ol>
<li> สูง 4.5 นิ้ว หรือ 115.2 มม.</li>
<li>กว้าง 2.31 นิ้ว หรือ 58.6 มม.</li>
<li>หนา 0.37 นิ้ว หรือ 9.3 มม.</li>
<li>น้ำหนัก 4.8 ออนซ์ หรือ 137 กรัม</li>
</ol>
<p><strong>ความจุ &#8211; Capacity</strong></p>
<ul>
<li> 16 GB</li>
<li> 32 GB</li>
</ul>
<p>มีสองเฉดสีเช่นเดิมคือ ขาว ดำ</p>
<p><strong>รองรับระบบโทรศัพท์ &#8211; Cellular and wireless</strong></p>
<ul>
<li> UMTS/HSDPA/HSUPA (850, 900, 1900, 2100 MHz)</li>
<li>GSM/EDGE (850, 900, 1800, 1900 MHz</li>
<li>802.11b/g/n Wi-Fi (802.11n 2.4GHz only)</li>
<li> Bluetooth 2.1 + EDR wireless technology</li>
</ul>
<h2>สิ่งที่มาใหม่กับ ไอโฟน 4จี หรือ Iphone4 คือ Retina Display</h2>
<p><img class="aligncenter size-full wp-image-726" title="iphone3G-VS-Iphone4" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/07/iphone3G-VS-Iphone4.jpg" alt="ข้อแตกต่างระหว่างไอโฟน 3จีเอส กับ 4จี" width="463" height="300" /></p>
<p>Apple  นั้นนับได้ว่าเป็นบริษัทที่ทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ในวงการไอทีหรือไม่ต่างให้ ความสนใจกันอย่างล้นหลาม  ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งนั้นอันเนื่องมาจากภาพลักษณ์ของตัวบริษัทตลอดจน การออกแบบสินค้าที่มีความเรียบง่าย หรูหราสะดุดตา และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า  Apple เองก็เป็นบริษัทที่นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้กับสินค้าของตนมาโดยตลอด  และในการเปิดตัว iPhone 4 ที่เป็นสมาร์ทโฟนที่บางทีสุดในโลกนั้นทาง Apple  ได้นำนวัตกรรมหน้าจอแบบใหม่ที่ทางบริษัทเรียกว่า <strong>Retina Display </strong>มาใช้กับ<strong> iPhone 4 </strong>ของตนด้วย</p>
<p>แต่ Retina Display คืออะไร และมันจะมีระโยชน์ต่อ iPhone  เวอร์ชั่นใหม่นี้อย่างไร? ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ Retina Display คือจอ  LCD ที่ทำการอัดความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลเข้าไป โดยจะสังเกตได้ว่าหน้าจอของ  iPhone 4 นั้นมีขนาดเท่ากันกับ iPhones 3GS คือ 3.5 นิ้ว (วัดตามแนวขวาง)  แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือความละเอียดหน้าจอของตัว iPhone 4  นั้นจะมีความละเอียดสูงกว่าคือ 960&#215;640 พิกเซล  ซึ่งสามารถคิดค่าความหนาแน่นของเม็ดพิเซลได้เป็น 326  พิกเซลต่อพื้นทีหนึ่งตารางนิ้ว (pixels per inch หรือ ppi)</p>
<p>ในทางกลับกันเมื่อหันมาดูหน้าจอของ iPhone 3GS  ทีมีขนาดเท่ากันนั้นจะพบว่าตัวจอภาพมีความละเอียดเพียง 480&#215;320  และมีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลเพียง 163ppi เท่านั้น  ก็คงจะจินตนาการกันได้ไม่ยากว่าหน้าจอแบบใหม่นี้จะดีกว่าแบบเก่าเพียงใด</p>
<p>ถ้าใครได้ฟัง Steve Jobs ขึ้นกล่าวคุณสมบัติของหน้าจอ Retina  Display  เมื่อคืนแล้วก็จะพบว่าซีอีโอคนดังได้กล่าวว่าจะมีอยู่จุดจุดหนึ่งที่ตาของคน เรานั้นจะไม่สามารถมองเห็นจุดพิกเซลเป็นเม็ดๆ ได้อีกต่อไป ซึ่งเจ้า  &#8220;เลขมหัศจรรย์&#8221; ตังดังกล่าวนั้นจะอยู่ที่ราว 300ppi  และเมื่อมาพิจารณาความหนาแน่นของพิกเซลบนหน้าจอของ iPhone 4 ที่อยู่ที่  326ppi แล้วก็จะเห็นว่าภาพทีได้ออกมานั้นน่าจะดูเรียบ คมชัด  และไม่มีขอบหยักน่าเกลียดของเม็ดพิกเซลให้เห็น</p>
<p>นอกจากค่าความหนาแน่นของพิกเซลและความละเอียดทีเพิ่มขึ้นแล้ว หน้าจอ Retina Display ของ iPhone 4 ยังได้รับการพัฒนาอัตราส่วนความคมชัด (Contrast Ratio) ให้มากขึ้นกว่าเดิมถึง 4 เท่าด้วยกันเมื่อเทียบกับจอของ iPhone รุ่นก่อนหน้าโดยนอกจากจอภาพที่ใช้จะเป็นแบบ LED backlit แล้ว ทาง Apple ยังนำเทคโนโลยี In-Plane Switching (IPS) ที่ใช้ในจอ iMac ทั้งหลายมาใช้กับจอ Retina Display นี้ด้วย ผลที่ได้คือมุมที่สามารถมองภาพได้อย่างคมชัดนั้นจะเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนสีสันที่จะสวยงามสมจริงมากขึ้นด้วย</p>
<p>และนี่คือส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทาง Apple ได้มอบให้กับผู้ใช้งานครับ</p>
<p><strong>ที่มา: PCWorld</strong></p>
<p><strong>สรุปคือจากภาพด้านบนแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่า ไอโฟน4 จะมีความคมมากว่า 3จีเอส<br />
</strong></p>
<h2>ปัญหาที่พบกับ ไอโฟนสี่จี Iphone 4G Problem.</h2>
<p><img class="aligncenter" title="ปัญหาไอโฟน 4" src="http://lh4.ggpht.com/_lUXeJR9f4Yk/TCQThX2abVI/AAAAAAAAEwE/2osHjFsC-dE/s800/iphoneproblems.jpg" alt="ปัญหาไอโฟน 4" width="612" height="800" /></p>
<p>จากภาพด้านบนก็สามารถอธิบายได้ชัดเจนว่า ไอโฟน4 ที่ว่าดีนักดีหนา มันมีอะไรตามมา<br />
จากที่มีรายงานว่า iPhone 4 มีปัญหาด้านฮาร์ดแวร์หลายจุด เว็บไซต์ Mashable เลยทำโพลสอบถามเจ้าของ iPhone 4 ว่าเจออะไรกันบ้าง แล้วสรุปมาเป็นแผนภาพดูเข้าใจง่าย</p>
<p>ปัญหาที่เจอกันเยอะๆ มี 3 เรื่อง</p>
<p>* เอามือจับขอบแล้วสัญญาณหด เลยต้องออกมาเอาที่กันกระแทกออกมาให้<br />
* จอภาพ Retina Display มีสีเหลือง เทคโนโลยีชิ้นนี้ก็มีปัญหา<br />
* กระจกเป็นรอยง่ายทั้งหน้าและหลัง และแตกลายใยแมงมุมได้ อันนี้เน่าเลย ไม่ต้องพูด</p>
<p>ใครตั้งใจจะซื้อล็อตแรก อาจต้องหาข้อมูลกันเพิ่มเติมหน่อยเพื่อความชัวร์ครับ</p>
<p><strong>ที่มา &#8211; Mashable</strong></p>
<h2>เอาไงอ่ะApple จะจัดการปัญหา Iphone4 ยังไงบอกมา</h2>
<p>จากการที่ สมาคมผู้บริโภคสหรัฐฯ ไม่แนะนำให้ซื้อ iPhone 4 นั้น ทำให้ Apple กำลังจะเกิดวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ และหุ้นของ Apple นั้นก็ได้ตกลงถึง 5.49 จุดเมื่อข่าวสมาคมผู้บริโภคฯดังกล่าวได้ออกมา  ซึ่งศาสตราจารย์ Matthew Seeger ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านวิกฤติการณ์การสื่อสารได้กล่าวถึงกรณีนี้ว่า &#8220;นี่เป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของ Apple และภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และ Apple กำลังจะทำลายมัน&#8221;</p>
<p>และ Chris Lehane ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกของทำเนียบขาว และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ (Master of Disaster) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องเสาสัญญาณของ iPhone 4 ว่าเป็นวิกฤติที่ใกล้เคียงกับปัญหาของ Toyota ซึ่ง Apple นั้นจะต้องรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาให้มากกว่าการออกซอฟแวร์เพื่อแก้ไข ปัญหา ซึ่งตอนที่ Toyota เกิดวิกฤติกับรถยนต์รุ่น Prius นั้น ก็ได้ทำการเรียกคืนรถยนต์ดังกล่าวทั้งหมด 10 ล้านคัน และนั่นก็ทำให้ Toyota นั้นเสียชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่ง Apple ก็สมควรที่จะเรียกเครื่อง iPhone 4 คืนเหมือนกันเพราะเป็นทางออกสุดท้าย</p>
<p>และ Rene A. Henry ซึ่งเป็นผู้แต่งหนังสือ Communicating In A Crisis ก็ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้ว่า &#8220;ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้ต่างไปจาก Toyota เลย และ Apple จะต้องเรียกคืนสินค้าทั้งหมดเพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตน&#8221;</p>
<p>ซึ่ง ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านนั้นก็ได้ลงความเห็นที่ตรงกันว่า Apple นั้นจะต้องเรียกเครื่อง iPhone 4 ทั้งหมดคืน เพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของตน เราก็ต้องมาดูกันว่า Apple นั้นจะทำตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหรือไม่</p>
<h2>เอาสิ Iphone 5 คาดว่าจะออกมาในปี 2011 จริงหรือ</h2>
<p>แหล่งข่าวนี้ไม่แน่นอน เพราะว่าเพิ่งจะออกมาเองนิไอโฟน 4 แต่พวกฝรั่งลือกันให้แซดว่าพี่แอปเปิลจะปล่อยไอโฟน 5 ออกมาในปี 2011 หรือปี 2554 นี้เอง ข้อความทั้งดุ้นจากเว็บฝรั่งแปลเอง<br />
Much has been said about the Apple iPhone  4G – these include rumors of a summer 2010 release and the features that it will offer. However, we have noticed a current trend that an iPhone 5G will be coming in 2011. So what do we really know about these two versions?</p>
<p>The first thing that needs to be made clear is the fact that the rumored iPhone 4G will not offer 4G/LTE speeds – this just means that it is the 4th-generation smarphone from Apple. However, we recently learned that Apple has a job listing for someone familiar with LTE.</p>
<p>This means that Apple are working on a full 4G working iPhone, but it will not be this year for a number of reason. One of those reasons is that AT&amp;T are a long way off with its 4G development – as the carrier is making improvements to its current 3G data service first.</p>
<p>So what do we expect to see with the rumored iPhone 4G in June? I would say that it would not have all the amazing features that have been suggested to us. If you are hoping for a new design – such as some of the concept HD or Pro handsets we have seen – then we think you will be disappointed.</p>
<p>The 2010 model will have a few new features, these could include an improved camera, improved battery performance – which will be thanks to a newer version of the iPhone OS.</p>
<p>As for the Apple iPhone 5G, this is the model that will look totally different – maybe something like those concepts that we mentioned above. This new model could also come with newer hardware, such as a declocked iPad A4 processor, OLED screen and iPhone OS 4.0. Do not expect any Flash Player support, Steve Jobs already announced that they would never support this, as it is too buggy – instead preferring to go down the HTML 5 option.</p>
<p><strong>ขอบคุณเรียงตัว สำหรับเนื้อหา</strong></p>
<ul>
<li>คุณสมบัติไอโฟน 4 พร้อมรูปประกอบ it-guides.com/index.php/mobile-zone/iphone-ipod-ipad/1334-iphone-4-specifications</li>
<li>เทคโนโลยีเรตินา ดิสเพล์พร้อมรูปจาก beta.i3.in.th/content/view/2875</li>
<li>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับไอโฟน4 blognone.com/news/16974</li>
<li>พิพาทระหว่างคุ้มครองผู้บริโภคสหรัฐกับแอปเปิล phonemove.com/news/iphone/12791240049945</li>
<li>ความคืบหน้าของไอโฟน 5 จะออกมาในปี 2011 product-reviews.net/2010/03/26/iphone-4g-2010-vs-5g-2011-what-we-need-to-know/</li>
</ul>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=724&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone/" title="Iphone" rel="tag">Iphone</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone-4g/" title="Iphone 4G" rel="tag">Iphone 4G</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone-5/" title="Iphone 5" rel="tag">Iphone 5</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/iphone4/" title="Iphone4" rel="tag">Iphone4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/retina-display/" title="Retina Display" rel="tag">Retina Display</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%994/" title="คุณสมบัติไอโฟน4" rel="tag">คุณสมบัติไอโฟน4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-4/" title="ปัญหาไอโฟน 4" rel="tag">ปัญหาไอโฟน 4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%84%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90/" title="สคบ สหรัฐ" rel="tag">สคบ สหรัฐ</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b9%8c/" title="เรตินา ดิสเพล์" rel="tag">เรตินา ดิสเพล์</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-4/" title="ไอโฟน 4" rel="tag">ไอโฟน 4</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99-5/" title="ไอโฟน 5" rel="tag">ไอโฟน 5</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/science/iphone3gs-iphone4-iphone5-retinadisplay/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การศึกษาของไทย (Thailand Education) ไม่มีการพัฒนา การศึกษาแบบกวาด</title>
		<link>http://www.changsunha.com/index.php/science/thailand-education/</link>
		<comments>http://www.changsunha.com/index.php/science/thailand-education/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Jul 2010 12:42:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>สารานุกรม</dc:creator>
				<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Education]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาแบบกวาด]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่พัฒนา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.changsunha.com/?p=717</guid>
		<description><![CDATA[
			
				
			
		
เรื่องที่จะเขียนสำหรับวันนี้คงหนีไม่พ้นกับการศึกษาของประเทศไทย ว่าทำไมถึงไม่พัฒนาให้ทันต่างประเทศเสียที เรื่องนี้นับเป็นปัญหาที่สำคัญในระดับต้นๆของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ในความคิดของผม ผมคิดว่ามันคืือปัญหาลำดับต้นๆ เพราะว่าเด็กหรือเยาวชนของประเทศชาตินี้เอง ยังไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกต้องอย้่างเต็มรูปแบบสักที แล้วเวลาที่สอบก็ไม่บรรลุผลตามที่รัฐบาลได้มุ่งหวังตามจุดประสงค์การเรียนรู้สักเท่าไหร่ หลายอย่างที่ดูแล้วการศึกษาของประเทศไทยไม่พัฒนาสักที
เริ่มจากคือพวกอาจารย์ที่มีความสามารถเปิดสำนักการศึกษาให้เด็ก โดยเก็บเงินค่้่าคอร์สที่มหาโหดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครอง สอนเน้น สอนตรง มีคุณภาพ ทำไมมันถึงอยู่นอกห้องเรียน ให่้เด็กที่ต้่องอยู่กับครอบครัวในวันเสาร์อาทิตย์ต้องถ่อไปเรียนในตัวเมือง แทนที่จะอยู่บ้าน หลังจากกลับจากที่เรียน ก็ไม่ต้องทำอะไร หลับอย่างเดียว
ไม่ใช่แค่นั้นเด็กพวกนี้ยังต้องรับภาระจากที่การบ้านวันจันทร์ถึงศุกร์ไม่มีเวลาอยู่แล้ว เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเรียน เ้้ด๋็กพวกนี้ก็๋ต้องนั่งทำการบ้านตั้งแต่เลิกเรียน ยันเที่ยงคืน

ทุกวันนี้มันการเป็นวงจรอุบาทว์ด้านการศึกษาไปหมดแล้ว พ่อแม่ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ลูกก็เรียนไม่ต้องทำอะไร การบ้านก็ท่วมหัว
กลับกันกับเด็กที่ไม่ได้เรียนพิเศษ คืออาจารย์ที่สอนอยู่ในห้องยังมีคุณภาพไม่พอที่จะทำให้ผู้่เรียนมีคุณภาำพในด้านการศึกษา
ถ้าเด็กขวนขวายก็จะกลายเป็นแบบสภาพด้านบน ต้องรีบไปเรียนที่สยาม ขึ้นรถไฟฟ้าไปลง พญาไทย สารพัดที่เด็กจะหาที่เรียนเอง
แต่ถ้าไม่หล่ัะ เด็กที่ไม่ได้รู้เรื่องในห้อง นอกห้องก็ไม่ได้ไปเรียน ก็กลายเป็นที่ไถนาดีๆนี่เอง
ดังนั้นการศึกษาที่ดีนั้นต้องให้เด็กเข้าใจตั้งแต่ในห้อง แล้วก็การเรียนพิเศษก็ไม่ใช่เก็บแบบหฤโหดเอาเลือดเอาเนื้อกันขนาดนี้
เท่าที่เห็นตอนนี้รัฐบาลมีช่องสตูเด้นท์แชนแนล มันก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากกว่าผักชี 1 ต้นหรอก เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงไม่ได้ตอบโจทย์การศึกษาได้หรอก
ถ้าคุณคิดที่จะพัฒนาการศึุกษาแบบจริงจัง ก็จัดตั้งช่องการศึกษาแบบฟรีทีวีตีกับละครนํ้าเน่าเลยสิ ถ้ามีจุดประสงค์พัฒนาผู้เรียนจริง
แล้วเนื่องจากเวลาสอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ต่อเทอมเป็น 30 ข้อ ลองคิดสภาพสิ ว่าเวลาแค่เท่าไหร่ เรียนให้ครบ แล้วเด็กต้องได้ตามจุดประสงค์ ไม่เท่ากับเป็นการยัดเยียดเด็กหรอ
ก็ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่เห็นว่ารัฐบาลมีการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ก็ึควรให้มันจริงจังหน่อยเถอะนะ การเรียนมันเครียด เวลาก็น้อยนะ สอบก็จะเอาให้ครบทุกจุดประสงค์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fthailand-education%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.changsunha.com%2Findex.php%2Fscience%2Fthailand-education%2F&amp;style=normal" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>เรื่องที่จะเขียนสำหรับวันนี้คงหนีไม่พ้นกับการศึกษาของประเทศไทย ว่าทำไมถึงไม่พัฒนาให้ทันต่างประเทศเสียที เรื่องนี้นับเป็นปัญหาที่สำคัญในระดับต้นๆของการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ในความคิดของผม ผมคิดว่ามันคืือปัญหาลำดับต้นๆ เพราะว่าเด็กหรือเยาวชนของประเทศชาตินี้เอง ยังไม่ได้รับการศึกษาที่ถูกต้องอย้่างเต็มรูปแบบสักที แล้วเวลาที่สอบก็ไม่บรรลุผลตามที่รัฐบาลได้มุ่งหวังตามจุดประสงค์การเรียนรู้สักเท่าไหร่ หลายอย่างที่ดูแล้วการศึกษาของประเทศไทยไม่พัฒนาสักที</p>
<p>เริ่มจากคือพวกอาจารย์ที่มีความสามารถเปิดสำนักการศึกษาให้เด็ก โดยเก็บเงินค่้่าคอร์สที่มหาโหดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครอง สอนเน้น สอนตรง มีคุณภาพ ทำไมมันถึงอยู่นอกห้องเรียน ให่้เด็กที่ต้่องอยู่กับครอบครัวในวันเสาร์อาทิตย์ต้องถ่อไปเรียนในตัวเมือง แทนที่จะอยู่บ้าน หลังจากกลับจากที่เรียน ก็ไม่ต้องทำอะไร หลับอย่างเดียว</p>
<p style="text-align: left;">ไม่ใช่แค่นั้นเด็กพวกนี้ยังต้องรับภาระจากที่การบ้านวันจันทร์ถึงศุกร์ไม่มีเวลาอยู่แล้ว เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเรียน เ้้ด๋็กพวกนี้ก็๋ต้องนั่งทำการบ้านตั้งแต่เลิกเรียน ยันเที่ยงคืน<span id="more-717"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-718" title="education" src="http://www.changsunha.com/wp-content/uploads/2010/07/education.jpg" alt="การศึกษาไทย" width="454" height="326" /></p>
<p>ทุกวันนี้มันการเป็นวงจรอุบาทว์ด้านการศึกษาไปหมดแล้ว พ่อแม่ไม่มีเวลาอยู่กับลูก ลูกก็เรียนไม่ต้องทำอะไร การบ้านก็ท่วมหัว</p>
<p>กลับกันกับเด็กที่ไม่ได้เรียนพิเศษ คืออาจารย์ที่สอนอยู่ในห้องยังมีคุณภาพไม่พอที่จะทำให้ผู้่เรียนมีคุณภาำพในด้านการศึกษา</p>
<p>ถ้าเด็กขวนขวายก็จะกลายเป็นแบบสภาพด้านบน ต้องรีบไปเรียนที่สยาม ขึ้นรถไฟฟ้าไปลง พญาไทย สารพัดที่เด็กจะหาที่เรียนเอง</p>
<p>แต่ถ้าไม่หล่ัะ เด็กที่ไม่ได้รู้เรื่องในห้อง นอกห้องก็ไม่ได้ไปเรียน ก็กลายเป็นที่ไถนาดีๆนี่เอง</p>
<p>ดังนั้นการศึกษาที่ดีนั้นต้องให้เด็กเข้าใจตั้งแต่ในห้อง แล้วก็การเรียนพิเศษก็ไม่ใช่เก็บแบบหฤโหดเอาเลือดเอาเนื้อกันขนาดนี้</p>
<p>เท่าที่เห็นตอนนี้รัฐบาลมีช่องสตูเด้นท์แชนแนล มันก็ไม่ได้มีคุณค่าอะไรมากกว่าผักชี 1 ต้นหรอก เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงไม่ได้ตอบโจทย์การศึกษาได้หรอก</p>
<p>ถ้าคุณคิดที่จะพัฒนาการศึุกษาแบบจริงจัง ก็จัดตั้งช่องการศึกษาแบบฟรีทีวีตีกับละครนํ้าเน่าเลยสิ ถ้ามีจุดประสงค์พัฒนาผู้เรียนจริง</p>
<p>แล้วเนื่องจากเวลาสอบ จุดประสงค์การเรียนรู้ต่อเทอมเป็น 30 ข้อ ลองคิดสภาพสิ ว่าเวลาแค่เท่าไหร่ เรียนให้ครบ แล้วเด็กต้องได้ตามจุดประสงค์ ไม่เท่ากับเป็นการยัดเยียดเด็กหรอ</p>
<p>ก็ไม่ได้มีอะไรหรอก แค่เห็นว่ารัฐบาลมีการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ก็ึควรให้มันจริงจังหน่อยเถอะนะ การเรียนมันเครียด เวลาก็น้อยนะ สอบก็จะเอาให้ครบทุกจุดประสงค์ นี่หรอ สภาพการศึกษาไทย มีติววันเสาร์ 2 ชั่วโมง มันพอแล้วหรอ ที่จะพัฒนาเด็ก</p>
<p>แล้วเนื้อหาที่เอามาก็มีแต่แอดมิชชั่น แกท แพท ลองถามเด็กประถม ม.ต้น ม.ปลาย 4-5 ดูสิว่ามันคือสิ่งที่พวกเขาต้องการจะรู้หรือเปล่า</p>
<p>ถ้าการศึกษายังแก้ปัญหาแบบจริงจังไม่ได้ ก็คงไม่ต้องไปพัฒนาส่วนอื่นๆแล้วหล่ะ การศึกษาคือกุญแจสำคัญในการบริหารประเทศนะ อยกให้เล็งเห็นจุดนี้ด้วย</p>
<p>การศึกษาจะพัฒนาได้ ถ้าปฎิรูปแ้ล้วสามารถตอบโจทย์ผู้เรียนได้ครบถ้วน ไม่ใช่อยากยัดอะไรมาต้องทำได้ นี่ไม่ได้เรียกว่าการศึกษา มันคือการทรมาน&#8230;</p>
<img src="http://www.changsunha.com/?ak_action=api_record_view&id=717&type=feed" alt="" />
	Tags: <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/thailand-education/" title="Thailand Education" rel="tag">Thailand Education</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/" title="การศึกษา" rel="tag">การศึกษา</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/" title="การศึกษาประเทศไทย" rel="tag">การศึกษาประเทศไทย</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%94/" title="การศึกษาแบบกวาด" rel="tag">การศึกษาแบบกวาด</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/" title="การศึกษาไทย" rel="tag">การศึกษาไทย</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/" title="ระบบการศึกษา" rel="tag">ระบบการศึกษา</a>, <a href="http://www.changsunha.com/index.php/tag/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2/" title="ไม่พัฒนา" rel="tag">ไม่พัฒนา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.changsunha.com/index.php/science/thailand-education/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
