กูรูตอบจดหมาย
ฉบับแรก
ที่มาประเดิมในคอลัมน์นี้ครับ มาจากคุณ kmommam มีเนื้อความที่ถามมาคือ
คืออยากทราบ เรื่องสารพิษที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตัวอาหารอ่ะค่ะหามาสองวันแล้วยังไม่เจอที่ตรงใจเลยค่ะ เลยอยากวานทุกคนช่วยหน่อยน่ะค่ะ ขอบคุณมากๆ ล่วงหน้าค่ะ
หามาสองวัน หามานานมากครับ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวช่างสรรหาจะตอบให้นะครับ
อาหารที่ช่างสรรหาเข้าใจคิดว่าน่าจเป็นเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงทางปฏิกิริยาทางเคมีของตัวอาหารเองหรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “อาหารบูด” นะครับ ถ้าไม่ใช่ติดต่อมาอีกทีก็ได้ครับ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการบูดคืออากาศ ความร้อน การเก็บรักษา อุณหภูมิ นานับประการ ส่วนสารพิษที่เข้าในะครับ ผมว่าน่าจะเป็นเกิดจากธรรมชาติ คือสารพิษจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่นสารอะฟลาทอกซิน (aflagoxin) ซึ่งเป็นสารสร้างจากเชื้อราพวกแอสเพอร์จิลลัส (aspergillus spp) รานี้เจริญได้ดีในถั่วลิสงและเมล้ดพืชที่ชื้น ซึ่งความร้อนสูงไม่สามารถ ทำลายสารอะฟลาทอกซินได้ส่วนใหญ่สารนี้จะตกค้างที่ตับทำให้เกิดเป็นมะเร็งตับ
นี่คือคำเตือนจาก อ.ย หรือ อาหย่อยนั่นเองครับ
“อย. แนะการเลือกกินอาหารในช่วงหน้าร้อนเพื่อหลีกเลี่ยงโรคทางเดินอาหาร เตือนให้กินอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ หากทำอาหารเองควรทำในปริมาณพอดี อาหารที่เหลือเก็บจะทำให้อาหารบูดได้ง่าย ควรซื้ออาหารจากร้านที่สะอาด ถ้าทิ้งไว้นานควรจะอุ่นอาหารก่อนกินอีกครั้ง ส่วนอาหารทะเลควรกินที่สด ปรุงสุก เพื่อป้องกันพิษจากแพลงตอนที่สะสมในตัวสัตว์ทะเล รวมทั้งน้ำและน้ำแข็งควรซื้อที่มีตรา อย.รับรองเท่านั้น”
กินอาหารที่ปลุกสุกอยู่เสมอ เพื่อกำจัดเชื้อโรค ปราศจากพยาธิตัวตืดตลอดไปครับ
ถ้ามีข้อสงสัยสามารถติดต่อมาอีกทีก็ได้นะครับ ช่วยบอกรายละเอียดที่มากกว่านี้ครับ จะได้เอามาแถลงไขให้ปรุโปร่ง ซึ่งคำถามมันน้อยเกินไปนะครับ ขอบคุณครับ
วันที่13 ธันวาคม 2552 มาอีกระลอก
ขอบคุณมามายเลยค่ะสำหรับคำตอบ
แต่สาเหตุของการเสียนอกจากจุลินทรีย์แล้ว ยังมีอีกมากมาย
เช่นแมลงและสัตว์ ทำให้เกิดการเสียหายแก่อาหารโดยการลดปริมาณของสารอาหารลง และทำให้อาหารไม่น่ารับประทาน ตลอดจนเป็นพาหะของโรคบางชนิด รอยที่เกิดจากการเจาะหรือกัดแทะจะเป็นจุดที่ทำให้อาหารเกิดการเสื่อมเสียได้ ง่ายยิ่งขึ้น เช่นแมลงวันตัวดีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะแมลงวันเป็นพาหะที่ร้ายกาจมากครับ
ปัจจัยภายนอก เช่น แรงกระทบกระแทกจากภายนอกอาจทำให้อาหารเกิดการบอบช้ำ แตกหัก ทำให้ไม่น่ารับประทาน ส่วนอาหารสดถ้ามีการช้ำจะทำให้เอ็นไซม์เร่งปฏิกิริยาต่างๆให้เร็วขึ้น ปริมาณของออกซิเจน โลหะหนัก แสง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในระหว่างการผลิตและการเก็บรักษาจะเร่งให้เกิดการเสื่อมเสียเร็วขึ้น
เอ็นไซม์ เป็นโปรตีนในเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของอาหารในระหว่างการเก็บรักษาเกิดขึ้นจากเอ็นไซม์ในอาหารและเอ็นไซม์จากจุลินทรีย์ซึ่งปนเปื้อนมากับอาหาร ตัวอย่างเช่น การเกิดสีน้ำตาลในผลไม้เมื่อมีการช้ำ การเกิดกลิ่นเน่าเสีย
รวมๆกันก็มีหลายประการดังข้างต้นละครับ
คะแนนความนิยม: 1%
ค้นพบบทความนี้จากคำว่า:
- กินนำมนต์อันตรายไหม
- ดื่มน้ำมนต์เท่าไร
- ตอบจดหมาย ออนไลน์
- กินนำ้มนต์อันตรายไหม
- ข้อยกเว้นอาบน้ำมนต์
- คุณศาสนา 108
- ชัาง1กุรุสหมายถึงอะไร
- น้ำมนต์ ใช้ทำอะไร
- สอบถามกูรูเรื่องจดหมาย
Pages: 1 2
